Naweepahb's profile~ o_O ~ ( _=)/^ ...THE Z...PhotosBlogLists Tools Help

Naweepahb Taksayod

Occupation
Photo 1 of 5
Lists

~ o_O ~ ( _=)/^ ...THE ZESTY * RoOM...

...That's Wall In My Heart That No One Can Get Though.... ε=┏(;¯3¯)┛
My Custom Part|false|

Counter free

10 September

ทฤษฎีมีอยู่ว่า...

ทฤษฎีมีอยู่ว่า...
 
คนเรามีสิทธิพบกัน
และใช้ชีวิตร่วมกัน
 
อาจจะ3ปี 50ปี
1นาที หรือ1วินาที
 
ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อน ศัตรู คนรัก
พ่อแม่ หรือแม้แต่ตัวเอง
 
ยังไงพวกเขาก็ต้องจากกัน
 
บางทีก็ดีใจ
 
...บางทีก็เศร้า
บางทีก็เศร้ามาก...
 
 
เก็บสิ่งดีๆเอาไว้เถอะ
 
เพราะมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวติใหม่
 
ได้อย่างกลมกลืน
 
 
 
 
 
ทฤษฎีมีอยู่ว่า...
คนที่เหมือนกันจะโคจรมาพบกัน
 
ตัวอย่างเช่น
 
คนที่จะไปในที่เดียวกัน
ก็จะขึ้นรถไปสายเดียวกัน
 
แต่การที่จะขึ้นรถไปขบวนเดียวกันได้นั้น
ต้องเป็นคนที่นอนหลับในเวลาเดียวกัน
จึงจะตื่นนอนในเวลาเดียวกัน
แล้วจึงจะออกจากบ้านในเวลาเดียวกัน
 
แต่ถ้านอนคนละเวลา
ก็จะตื่นนอนคนละเวลา และไม่มีทางได้พบกัน
 
 
 
แต่บางที
คนที่ขึ้นรถไฟสายเดียวกัน
ก็ไม่จำเป็นต้องลงในที่เดียวกัน
 
 
คนที่เจอกันในตอนเช้า
อาจเป็นคนที่เพิ่งออกจากบ้าน
กับคนที่เพิ่งออกจากบ้าน
 
 
...เราพบกันที่จุดตัด
เหมือนพระอาทิตย์กับพระจันทร์
 
เดินมาเจอกัน
 
แล้วก็จากไป
 
เพราะต่างคน และต่างใจ
 
จึงไม่ได้...
 
 
อยู่ด้วยกัน
 
 
13 May

TEARS IN HEAVEN

Would you know my name if I saw you in heaven?
 
Would it be the same if I saw you in heaven?
 
I must be strong and carry on,
 
'Cause I know I don't belong here in heaven...
 
 
 
 
เธอจะเรียกชื่อของฉันถูกไหม
ถ้าเราได้พบกันบนสวรรค์
มันจะเป็นเหมือนเดิมไหม
ถ้าเราได้พบกันบนสวรรค์
ฉันก็รู้ เวลานั้นยังไม่มาถึง
ฉันจึงต้องเข้มแข็ง และมีชีวิตอยู่ต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปี ค.ศ.1991 ลูกชายวัย 4 ขวบของอีริค แคลปตัน
ได้พลัดตกจากอพาร์ตเม้นที่พักของเขา
 ความเจ็บปวดในความสูญเสียนั้นทำให้เค้าแต่งเพลงนี้ขึ้นมา
ทั้งเนื้อร้องและทำนองสร้างความสะเทือนใจให้คนฟัง
จนทำให้เขาได้รับรางวัล Grammy Award ปี1992
 
 
เมื่อไม่นานมานี้เอง ขณะที่อีริค แคลปตันเล่นcorncertที่ญี่ปุ่น
เขาได้ประกาศขอหยุดเล่นเพลงนี้ชั่วคราว
นั่นหมายถึงว่า ไม่ว่าเขาจะไปเปิดcorncertที่ไหน ประเทศใด
เพลงฮิตนี้จะไม่อยู่ในรายการแสดงของเขาอีก
 
 
อีริค ให้เหตุผลว่า การจะเล่นเพลง Tears in Heaven
จำเป็นต้องได้อารมณ์ใกล้เคียงกับตอนแต่งเพลง
แต่เวลานี้เขามีความสุข ไม่รู้สึกโศกเศร้าอีกแล้ว
จึงขอหยุดเล่นเพลงนี้จนกว่าจะมีมุมมองและอารมณ์ให้กลับมาเล่นได้อีก
 
 
 
 
 
หากคนคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป
 
มันย่อมหมายถึงความสุขและความทุกข์ด้วย
 
 
 
บางทีคนเราลืมไปว่าความทุกข์ย่อมมีวันเจือจาง
เพียงแต่คนนั้นจะไม่ปิดประตูขังตัวเองไว้กับความเศร้า
การจ่อมจมอาลัยอยู่กับความสูญเสียที่มากเกินไปนั้น
ไม่ก่อผลดีกับชีวิตใครเลย และบางครั้งเป็นการทำร้ายคนที่ยังอยู่รอบๆเรา
รักเรา ห่วงใยเรา แต่เรามองไม่เห็น
เพราะผูกใจอยู่กับสิ่งที่ไม่มีวันหวนคืน
 
 
 
ความโศกเศร้าเป็นหนึ่งแรงบัยดาลใจของศิลปินเสมอ
และอีริค แคลปตันก็ได้อาศัยแรงบันดาลใจนี้สร้างสรรค์เพลงที่งดงาม
โศกซึ้งอย่าง Tears in Heaven ได้อย่างไม่มีที่ติ
 
 
 
เราหวังว่า คนที่ฟังเพลงของอีริค จะได้รับรู้ความคิดนี้
เพื่อที่จะได้ตระหนักว่า
 
 
" เวลาที่ยังเหลือบนโลกของเรานี้ยังงดงาม
และมีสิ่งที่น่ารื่นรมย์อีกมาก "
 
 
 
 
 
และเชื่อแน่ว่าคนที่เรารักและอยู่บนสวรรค์นั้น
จะไม่เสียใจหรอก ที่เห็นเรายิ้ม หัวเราะ
เพราะการที่เรามีความสุข ไม่ได้แปลว่าเราลืมเขา
แต่เพราะ...
 
...I must be strong and carry on...
'...Cause I know I don't belong here in heaven...
 
23 March

คนแปลกหน้าที่รัก...♥

เหมือนฝนตกตอนหน้าแล้ง
ひでりの季節に雨が降ってきたように

เหมือนเห็นสายรุ้งขึ้นกลางแจ้ง

野原に架かる虹をみたときのように

เหมือนลมหนาวเดือนเมษา

4月に吹く涼しい風のように

เหมือนว่าใจอ่อนล้ากลับแข็งแกร่ง

弱った心が強さをとりもどしたたように

เหมือนคนกำลังมีรัก

恋し始めた者のように

เหมือนคนหลงทางพบคนรู้จัก

道に迷った人が知り合いに出会ったように

เหมือนเจอของสำคัญที่หล่นหาย

なくした大切なものが見つかったように

เหมือนร้ายนั้นกลายเป็นดีมาก

悪いことがとてもいいことに変わったように

เหมือนที่ฉันนั้นได้มาพบกับเธอ

私があなたと出会ったように

ชีวิตฉันจึงได้เจอ

私の命はこうして出会った


* แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร

でもどうお礼を言えばいいのかわからない どうすればいいのかわからない

ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ

どんなことが代償としてふさわしいのかわからない

ที่ฉันได้จากเธอ ได้รักโดยไม่ต้องขอ

あなたからもらった物への 請うことなく愛されたことへの

ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่ารักคืออะไร

愛とは何なのかを待つことなく知ったことへの


โอเธอ ทำให้ฉันรู้จัก

ああ、あなた 私に教えてくれた

ความรักที่ไม่มีเหมือนใครใด

ほかの誰とも同じでない愛を

ได้มามีเธอนั้นเป็นคนให้

与えてくれたあなたに出会うことができた

หัวใจอยากให้เธอรู้

心からあなたに伝えたい

( * )

 

 

ขอบคุณทุกคนที่ได้มาเจอกันนะ

ทุกคนเรยจิงๆ...

ทั้งเพื่อน พี่ น้อง ครอบครัว

เอ่ยชื่อนี่คงไม่หมด...

 

ดีใจที่ได้มารู้จักกัน

วันนี้เกิดบ้าไรขึ้นมา มาทำซึ้ง ฮ่า...

 

ก็แค่คิดว่าคนเป็นล้านๆ แต่ได้มารู้จักกัน

คงเป็นเรื่องดีมิใช่น้อย...

 

ถึงแม้ว่าจะบางคนทำชั้นเซ็ง

แต่ก็ขอบคุณที่เข้ามาให้บทเรียนชีวิต

ทำให้เรามีความคิดมากขึ้น...

 

 

ขอบคุณนะ... คนแปลกหน้าที่ร้ากกกก!! จุ๊ฟๆ 

 

 

 

 

 

 

Ps * ขาเจียนจะหายแร้น วิ้ว!! จะได้เที่ยวปิดเทอมกะชาวบ้านบ้าง

     * ศุกร์นี้แมลงปอจี้ร์ ไลฟ์อิน พารากอน!!

     * เสาร์นี้บ้านมาดามหลุยส์(เสาร์ที่25 บ้านป้าเตือนใจ สวัสดี) ใส่ชุดนร.กานเพื่อนๆ ใครใส่ไม่ได้อะแด๊ปเอา ขอให้มีความเป็นชุดนร.

     * ทะเล เรียกร้องด่วน....6/16 ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นใดๆทั้งสิ้น ขอแบบสมัครใจไปเอามันส์ ใครสงสัยยินดีเปิดดีเบท

 

 

 

 

 

10 March

PA!N

มีแต่เรื่องเจ็บตัว...
 
บ้านควายที่ผ่านพ้นไปของข้าพเจ้า
ก็ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าเสียนี่กระไร
 
 
D-
 
เพราะอะไรน่ะฤา
เพราะทำไม่เสร็จ
เพียงเพราะข้าพเจ้าป่วยน่ะซี
เรื่องนั้นมีอยู่ว่า...
 
หลังจากDadyมาส่งข้าพเจ้าที่สตูเมื่อวันจันทร์
ข้าพเจ้าก็นั่งทำงานจวบจนเวลาใกล้รุ่ง
ทำไปอ่านหนังสือไปเพื่อจะสอบ ณ เวลา 8.30 นาฬิกา
 
กระนั้นเมื่อข้าพเจ้าได้นอนเมื่อเวลาล่วงเข้า 6 นาฬิกา
และตื่นเพื่อไปสอบเมื่อ 8 นาฬิกา
 
ยามสอบเสร็จนั้นข้าพเจ้ารู้สึกว่าปวดท้อง
แต่ได้หาเฉลียวใจไม่
ยามเมื่อได้รับประทานอาหารไปก็กลับรู้สึกคลื่นเหียนอาเจียน
 
เมื่อกลับมายังสตูดิโอ้เพื่อจะทำงานต่อนั้น
ความคลื่นเหียนกลับทวีขึ้นราวกับพายุที่พัดเวียนวน ณ กระเพาะของข้าพเจ้า
 
ไวเท่าความรู้สึก...
ข้าพเจ้ากวดฝีตีนสุดชีวิดเพียงเพื่อเข้าไปล้างหน้าสระศรีให้ร่างกายได้สดชื่น
แต่เหตุการณ์กลับหาอำนวยให้เป็นดั่งใจข้าพเจ้าต้องการไม่
ข้าพเจ้าอาเจียนออกมาราวกับกระเพาะมิได้ต้องการสิ่งที่ข้าพเจ้ารับเข้าไปเมื่อยามกลางวัน
 
แต่ใช่ว่าพายุร้ายนั้นจักพัดผ่านไปแล้ว
ข้าพเจ้าต้องกัดฟันทนนั่งต่อโมเดลด้วยความทรมาน
เนื่องด้วยยังมิหายคลื่นเหียน
ร่างกายต่อต้านเป็นระยะด้วยต้องการจะอาเจียนออกมา
เมื่อยามหลังจากข้าพเจ้าโทรเลข(เอ่อะ...โทรศัพท์)
หาMommyของข้าพเจ้าแล้วนั้น ท่านได้สั่งให้ข้าพเจ้าซื้อยาไว้รับประทาน
ซึ่งภายหลังเมื่อรับประทานไปแล้วก็หาได้ดีขึ้นไม่
นอนก็แล้วก็ไม่ได้บรรเทาทุเลาลง
 
จวบจนเวลาDining
ข้าพเจ้าก็รับประทานอาหารไม่ลง
จนพี่รหัส ชินชินมา
ข้าพเจ้าก็เริ่มทำงานได้ไม่มาก
เพราะไข้ขึ้น
เอื้องจึงได้พาข้าพเจ้าไปนอนพัก และได้ดูแลข้าพเจ้าเป็นอย่างดี
แต่เมื่อเวลาล่วงไปข้าพเจ้าได้ถูกพี่ตูน พี่แพน แล พี่พลอยพาไปส่งโรงหมอ
ด้วยนายแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบ
 
งานจึ่งไม่เสร็จ...
และได้ D- ฉะนี้แล...
 
ปัจฉิมลิขิต :
 
/ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ยามเที่ยง
  ข้าพเจ้าได้ลื่นหกขะล้ม ณ ห้องอาบน้ำ
  จึ่งเปนเหตุให้ขาแพลง โดยอาการภายนอกคือบวม แลเจ็บปวด
  จึ่งอาจทำให้ข้าพเจ้าไปเที่ยวชะอำกับทริปสะตูมิได้ ฉะนี้แล...
 
/ ส่งแบบวันจันทร์แล้วจักได้ปิดเทอมแล้วเอย ~ !
19 February

My Valentine

วาเลนไทน์ปีนี้พิเสดกว่าทุกปี...
ได้เที่ยว...
ได้กิน...
ได้ดูหนังแบบ2ต่อ2...เอ่อะ
 
เรื่องมีอยู่ว่าข้าพเจ้ากลับหอวันจันทร์ค่ำๆ
กลับมาต่อโมพื้นcons.
โดยมีพี่พลอยมาอยู่เป็นเพื่อน
 
กำหนดส่ง9.00น.
แต่กว่าเราจาทำเส็ดเอาไปส่งนี่11โมงกว่าได้
ให้ไอ้มิ้นบิดpopอย่างเร็วรี่
ค่อยๆย่องเข้าไปส่งขณะที่อาจานหนอยกะลังตรวจ 
โคตหวั่น...
 
กว่าจากลับมาหอก็เกือบเที่ยงแล้ว
พี่พลอยอาจน้ำเส็ดเดินออกมากะพี่แอม
บอกว่าจาไปรอที่ตึก50ปี เอ่อะ...
 
"เหยยย จาชิ่งเหงออออ.. " Porgy กล่าวอย่างซื่อๆ
" ออ มึงมาไม่ทันกูไม่รอเว้ย " พี่แอมตอบมาอย่างโหดเหี้ยม
 
รีบซิ่งเข้าอาบน้ำอย่างเร็วรี่
โดยหวังว่าจะทันรถมหาลัยตอนเที่ยง
 
อาบน้ำเส็ดหยิบคัตติ้งเมด(อันเล็ก)
สเกล
คัตเตอ
ดินสอ
ยางลบ
ฟุตเหล็ก
 
พร้อมไปช่วยทีสิดพี่หลังจากเที่ยว...
 
 
 
 
กรี๊ด....!!! 
 
กูตกรถจนได้!!
เอ่อะ
รีบเรียกไอ้มิ้นลงมาพร้อมไปด้วยกันโดยรถตู้ประจำทาง
แงง...
 
 
นั่งมาในรถ
ไอ้มิ้นขัดไม้เตรียมทำผนังส่ง
เหรี้ย เกรงใจชาวบ้านหน่อยเหอะเมิ้งงง
ฝุ่นไม้กระจายเต็มรถจนปอดกูเป็นโรงเลื่อยแล้วโว้ย!!
 
ถึงเซ็นปิ่นก่อนพี่พลอย
โทรหาว่าเจอกานที่ประตู
เดินเข้าไปเห็นแต่พี่พลอย
" เหยยย แล้วพี่แอมอ่ะ "
" แอมกลับไปแล้ว "
" เอ่อะ มายอ่ะ ชิ่งเหยอออ "
" แอมไม่ดูเกอิชา "
" เอ่อะ!! "
 
ด้วยเหตุฉะนี้วาเลนไทน์นี้จึงเป็นวาเลนไทน์สีม่วง  
ไปจองตั๋ว ( โดยพี่พลอยเลี้ยง อุวะฮ่ะฮ่ะ )
แล้วค่อยไปกินฟุจิกัลล์
เอ่อะ แบบว่าเต็มไปด้วยคู่รักสุดๆ
เอ่อะ แบบว่านี่ฉานมากะ...เอ่อะ
 
มัวแต่นั่งเพลิน...
เหวยยยย...
 
หนังฉายแล้วหนิ
วิ่ง...!!
 
 
อืม...ทัน
แต่พี่พลอยโวยวานนิดโหน่ยที่ไม่ทันหนังตัวอย่าง
 
หนังยาวโคตๆ
หนาวด้วย
 
โทรสับสั่นในกระเป๋าดุกดิกๆตามให้ไปช่วยทีสิด
 
เมื่อไหร่หนังจาจบ
หนังช่างยืดยาว
 
แต่จบแล้วก็เออ หนุกดีนะ... ( ในระดับหนึ่ง )
ถ้าเป็นกระสือวาเลนไทน์จาหนุกกว่าไม๊น้า..เอ่อะๆๆ
 
lockตัวพี่พลอยให้ไปคณะด้วยกัลล์
ไปช่วยทีลิสพี่กัลล์ ( ทั้งๆที่พี่พลอยไม่ต้องไปก็ด้าย อุอุ lockๆ )
 
ถึงคณะประมานทุ่มนึง
พี่หมูแดงหมูแดงทำห้องสมุดอะไรสักอย่าง
ที่ต้องทำอินทีเรียด้วย
อืม....
 
กลับหอตอนเช้าๆ
นอน!!!
 
 
 
P.s.
- ไว้ไปดูกระสือวาเลนไทนกะเด็กหอกันนะเพื่อนๆ
- ไปทำบ้านควายต่อละ...
-  บ๊ายบาย...
21 January

bian bian Day..

เมื่อคืนหลังจากที่ที่บ้าคลั่งกับการเขียนแบบดีไซน์
โดยเขียนรายละเอียดราวกับจะทำโมcons.
รูปด้านที่มีรายละเอียดของกระเบื้องว่าวและการดร๊าฟแผ่นหินกับผนังไม้
แมร่งพอตรวจแบบเส็ดสติก็กลับคืนมาแล้วคิดว่าเมื่อคืนทำไปได้ไง...
 
แต่ก็ยังดีที่เส็ดทัน
แบบว่าตรวจแบบ10โมง ทำเส็ดตอน9โมงครึ่ง
ในสภาพชุดนักศักษาที่เน่ากรังใส่มาทั้งวันทั้งคืนไม่อาบน้ำ
 
พอทำเส็ด9โมงครึ่งก็นอนแบบสิ้นสติแล้วตื่นมาอาบน้ำไปตรวจแบบตอน10โมง
 
กว่าจะตรวจแบบเส็ดก็บ่ายกว่าแระ
ตอนแรกก็คิดว่าพี่ฝ้ายจะยังรอไม๊ว้าที่นัดว่าจาไปดูหนังกัลล์
กลับมาหอก็ยังเออ...ยังอยุ่หนิหว่า รีบเก็บของกลับบ้านนนนนน!!
 
ขึ้นรถพี่ฝ้ายก็เพลียๆแล้วหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้
ตื่นมาอีกทีที่สวนรถไฟ
ถูกเรียกให้ลงรถไปเป็นนางแบบพร้อมหมวกสานแล้วแว่นกันแดด เอ่อะ!!
 
เดินจากที่จอดรถไปพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อเป็นระยะทางไปกลับรวมแล้ว
ประมานเดินจากหน้าคณะมาถึงหอเวศ อ้ากกกส์!!
 
ป่าร้อยเอเค่อชัดๆ..
ว่าแล้วก็เดินตามก้นหมีพูห์(พี่แอม)..
พร้อมกับได้ยินเสียงเร่งให้เดินไวๆจาคุณเอมิสา
 
หลังจากการโพสต์ท่าบ้าเบี้ยนนนนน!!คู่กะพี่แอม
เรากะพี่ออนก็เดินกลับรถด้วยความรู้สึกราวกับอยุ่ท่ามกลางทะเลทราบซาฮาร่า
พยายามจะชี้ชวนกันกินแอ่งน้ำตามสุมทุมพุ่มไม้นานาพันธุ์
โอ้ย กว่าจะได้กินน้ำนี่ก็นึกว่าจะตายคาสวนนี่แล้ว
หลังจากพยายามที่จะบอกให้พี่ฝ้ายโบกแก๊งค์เด็กจักรยานหรือพยายามชวนพี่ออนขโมยจักรยาน
 
กลับจากสวนรถไฟพี่ฝ้ายก็ไปปล่อยพี่ออนลงที่สวนจตุจักร
แล้วมุ่งหน้าสู้เซ็นทรัลลาดพร้าว
JUST LIKE HAVEN คือเป้าหมายสำคัญของพวกเรา!!
 
ระหว่างดูก็แอบมาซึ้งตอนท้ายที่พระเอกบอกรักนางเอก กรี๊ดจิงๆ
แต่ก็เป็นหนังที่ดูแล้วเดาเรื่องต่อไปได้อ่ะนะ เลยไม่หนุกเท่าที่ควร แต่ก็โอแหล่ะ
แต่ออกมาเห็นเด็กหนุ่มสองคนซุบซิบกันว่าสนุกมาก อ๊ะ!! นี่มันเบี้ยนนนนนน!!ชัดๆ
 
 
 
* กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยอ่อน
* นอนๆ พรุ่งนี้ไปสยามและงานฟุตบอล!!
* เค้าขอโต้ดน้าปาล์มที่ลืมโทรลงไปบอกเอ็ง บั่บว่าโดนพี่ฝ้ายไซโคให้รีบเลยลืม
ผ้าที่ส่งซักก็ลืมจดว่ากี่ตัว ลีเทนเนอร์ก็ลืมเอากลับ ฮือ... 
14 January

what da hell's goin on !?

ไป meeting กันเหอะ!!!
 
ใครก็ได้นัดดิ้....
คิดถึงมาดาม so much...